แกล๊ดวริยากับทุนด้าน Food Science โดยadmin เมือ2010-02-17 15:33:06

แกล๊ดวริยา อัสดรนิธี ได้ทุน Food Science,Technology and Nutrition ของสหภาพยุโรป ไปเรียนที่ Dublin Institute of Technology ประเทศไอร์แลนด์
ตอนเรียนมัธยม แกล๊ด บอกว่าเรียนที่โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ และช่วงอยู่ม.5 เคยไป Exchange ที่อเมริกา เป็นโครงการของ FTW หรือ Face The World เป็นลักษณะไปเรียน 1 ปี คือจบม.4 แล้วไปเรียนเกรด 11 จากนั้นก็กลับมาเรียนม.6 ที่เมืองไทยต่อ โดยตอนนั้นไปเรียนที่ George County High School รัฐมิสซิสซิปปี โดยรัฐบาลเขา Support เรื่องค่าเรียน ส่วนเราสียเงินให้กับโครงการไปส่วนหนึ่ง ตรงนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเรียนโปรแกรมนานาชาติในระดับมหาวิทยาลัย(ที่มหิดลอินเตอร์) เพราะไปเรียนเมืองนอกก็เลยกลัวเรียนไม่ทันเพื่อน การสอบตรงจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่ได้สอบหลายวิชาเหมือนเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไป แต่เน้นเฉพาะเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ก็เลยตัดสินใจมาสอบตรงเข้ามหิดล

เหตุที่เลือกเรียนด้าน Food Science เพราะสนใจ ชอบสายนี้ คือเรียนสายวิทย์มา และดูว่าด้านไหนเหมาะกับเรา ก็เลยเห็นว่าด้านนี้น่าจะใช่ เพราะเป็นด้านเกี่ยวกับคน เกี่ยวกับอาหารน่าสนใจ ซึ่งรุ่นแรก ๆ สาขานี้ไม่ค่อยมีคนเรียน แต่เดียวนี้เริ่มเยอะ รุ่นแกล็ด จบประมาณสิบกว่าคน ตัวแกล๊ดเองจบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.72
ถามว่า เหตุใดจึงมาสมัครชิงทุนอีราสมุส ของสหภาพยุโรป แกล๊ดเผยว่า ตอนแรกกะจะหาทุน ไม่ได้เจาะจง แต่หาสาขาที่จะไปเรียนก่อน สนใจไปเรียนต่อจากสาขาเดิมคือด้าน Food พอไปดู เห็นมหาวิทยาลัยเขาเปิดด้านนี้ และเผอิญก็มีทุนอีราสมุสก็เลยสมัคร โดยส่งหลักฐานต่าง ๆ ไป ส่วนเรื่องคะแนนภาษา โทเฟล กับ ไอเอลส์ ไม่ต้องส่ง เพราะเอาหนังสือที่แสดงว่าเราเรียนอินเตอร์มา นอกนั้นก็มี จม.จากอาจารย์ 2 ท่าน มี Letter of Purpose ไปเช่นกัน จนได้ทุนในที่สุด
แต่การขอทุน อยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องได้เกียรตินิยมหรอกนะ เพราะเขาจะระบุไว้ เช่นว่า ต้องเกรดเฉลี่ย 3 ขึ้นไป เป็นต้น เพราะฉะนั้นใครจะสมัครก็ไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงเรื่องแบบนี้
คิดว่าการไปเรียนทุนนี้ จะมีประโยชน์คือ ทุนนี้เป็นอะไรที่หายากเหมือนกัน เพราะบังคับไว้ว่าต้องเรียนอย่างน้อย 2 ประเทศ ที่แน่ ๆ คือเราได้ป.โทกลับมา สิ่งที่เพิ่มตามมาก็คือ ได้วัฒนธรรม จากการไปหลายประเทศ และได้เพื่อนจากต่างประเทศด้วย เพราะนอกจากที่ไอร์แลนด์ แกล๊ดจะได้ไป เบลเยียม โปรตุเกส และเยอรมัน ด้วย
การเรียนเป็นโปรแกรมอินเตอร์ใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาท้องถิ่นของชาติต่าง ๆ ก็คงเรียนรู้ลักษณะDaily conversation คือที่เขาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันบ้าง เพื่อพอคุย ติดต่อหรือซื้อของได้
อนาคต การทำงานของแกล๊ดคงทำงานเกี่ยวกับสาขาFood science ซึ่งคนที่จบตรีก็ทำได้ เช่น งาน QA QC R&B ดูแลเรื่องประกันคุณภาพ งานอีกอย่างคือ งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งแกล๊ดสนใจอยู่เหมือนกัน
แนะนำน้อง ๆ หากวางแผนที่จะได้ทุน ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ ตั้งใจใน Class กลับไปบ้านทบทวนบ้าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา เพราะภาษาอังกฤษสำคัญยิ่งในการต่อโท เราต้องฝึกฝนภาษาอังกฤษไว้แต่เนิ่น ๆ แต่หากเป็นคนเรียนป.ตรีแล้ว ก็ยังทันนะ แต่ต้องตั้งใจกับมัน หากไม่มีเวลาไปเรียนภาษาโดยตรง ก็ฝึกจากสื่อต่าง ๆ เช่น ดูหนังไม่ต้องอ่านซับ ฟังไปก่อนรู้เรื่องไม่รู้เรื่องให้หูเราชินกับสำเนียงเขา ความหมายมันจะตามมาเอง ไม่ได้จริง ๆ ก็เปิดดิกบ่อย ๆ
ไปเมืองนอกแกล๊ดก็สนับสนุนนะ แต่ควรเป็นระยะยาว อย่างแกล๊ดไป 11 เดือนคิดว่ากำลังดี เพราะหาก 3 เดือน รู้สึกว่าเราเพิ่งเริ่มฟังรู้เรื่อง ยังตอบไม่ค่อยได้ ตอบได้ก็ต้องคิด แต่ห้าเดือนเริ่มตอบโต้ได้บ้างแล้ว ก็ขำ ๆ ดีบางคนบอกว่า พอพูดได้ก็จะกลับเมืองไทยแล้วละ แต่หากอยู่นานเกือบปีหรือ 11 เดือนแกล๊ดคิดว่า เราจะเริ่มเป็นธรรมชาติตอบได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยคะ เพราะการเรียนรู้เร็วช้า มันไม่เท่ากันเสมอไป บางคนพื้นฐานดีอยู่แล้ว ไปต่างประเทศก็จะพัฒนาได้เร็ว
|